โรงแรมห้องว่างเยอะ ทำอย่างไรให้ยอดจองเพิ่มขึ้น

โรงแรมห้องว่างเยอะ ทำอย่างไรให้ยอดจองเพิ่มขึ้น? 10 กลยุทธ์เพิ่มยอดขายห้องพัก

โรงแรมห้องว่างเยอะ ยอดจองน้อย หรือขายห้องพักไม่เต็มตามเป้าหมาย เป็นปัญหาที่เจ้าของโรงแรม รีสอร์ท และธุรกิจที่พักจำนวนมากต้องเผชิญ โดยเฉพาะในช่วง Low Season วันธรรมดา หรือช่วงที่มีการแข่งขันด้านราคาสูง แม้โรงแรมจะมีห้องพักสวย ทำเลดี และบริการที่มีคุณภาพ แต่หากขาดกลยุทธ์การขายและการตลาดที่เหมาะสม ก็อาจทำให้ห้องพักว่างและสูญเสียโอกาสในการสร้างรายได้

การเพิ่มยอดจองโรงแรมไม่ได้หมายความว่าต้องลดราคาห้องพักให้ถูกกว่าคู่แข่งเสมอไป แต่ต้องเริ่มจากการวิเคราะห์สาเหตุที่ทำให้ยอดจองลดลง ปรับกลยุทธ์ราคาให้เหมาะสม บริหารช่องทางขาย OTA เพิ่มการมองเห็นผ่าน Google และ Social Media รวมถึงพัฒนาช่องทางจองตรง (Direct Booking) เพื่อให้โรงแรมเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น

บทความนี้ VATIAZ Hospitality รวบรวม 10 กลยุทธ์เพิ่มยอดจองห้องพักที่เจ้าของโรงแรมสามารถนำไปปรับใช้ได้จริง พร้อมแนวทางวิเคราะห์ปัญหาห้องพักว่าง วางแผนโปรโมชั่น และบริหารรายได้โรงแรมอย่างมีประสิทธิภาพ

ทำไมโรงแรมถึงมีห้องพักว่างเยอะ? วิเคราะห์สาเหตุก่อนแก้ปัญหา

ก่อนเริ่มทำโปรโมชั่นหรือปรับลดราคาห้องพัก สิ่งสำคัญที่สุดคือการค้นหาสาเหตุที่แท้จริงของปัญหา เพราะโรงแรมแต่ละแห่งอาจมียอดจองน้อยจากปัจจัยที่แตกต่างกัน

1. ราคาห้องพักไม่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด

การตั้งราคาสูงเกินไปเมื่อเทียบกับคู่แข่งหรือคุณค่าที่ลูกค้าได้รับ อาจทำให้ลูกค้าเลือกจองที่พักอื่น ขณะเดียวกัน การตั้งราคาต่ำเกินไปก็อาจทำให้โรงแรมสูญเสียรายได้โดยไม่จำเป็น

2. โรงแรมมีการมองเห็นบน OTA ต่ำ

หากข้อมูลห้องพักไม่ครบ รูปภาพไม่ดึงดูด คะแนนรีวิวต่ำ หรือมีเงื่อนไขการจองที่ไม่เหมาะสม โรงแรมอาจได้รับความสนใจน้อยกว่าคู่แข่งบนแพลตฟอร์มจองห้องพัก

3. ขาดการทำการตลาดออนไลน์อย่างต่อเนื่อง

โรงแรมที่ไม่มีเว็บไซต์ ไม่ทำ SEO หรือไม่มีการสื่อสารผ่าน Social Media อาจเสียโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าที่กำลังค้นหาที่พัก

4. โปรโมชั่นไม่ตรงกับกลุ่มลูกค้า

การใช้โปรโมชั่นรูปแบบเดียวตลอดทั้งปีอาจไม่ตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่ม เช่น คู่รัก ครอบครัว กลุ่มเพื่อน หรือผู้เดินทางเพื่อทำงาน

5. ช่วงเวลาที่มีความต้องการเข้าพักต่ำ

บางพื้นที่มีฤดูกาลท่องเที่ยวที่ชัดเจน ทำให้วันธรรมดาหรือช่วง Low Season มียอดจองต่ำกว่าช่วงวันหยุดและเทศกาล

6. ประสบการณ์ลูกค้าและรีวิวไม่ดี

รีวิวเชิงลบเกี่ยวกับความสะอาด การบริการ หรือความไม่ตรงปก อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นและการตัดสินใจจองของลูกค้าใหม่

คำแนะนำ: ควรตรวจสอบข้อมูลยอดจองย้อนหลังอย่างน้อย 3–6 เดือน เปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน (หากมีข้อมูล) เพื่อแยกปัญหาที่เกิดจากฤดูกาลออกจากปัญหาด้านราคา ช่องทางขาย และคุณภาพบริการ

10 กลยุทธ์เพิ่มยอดจองโรงแรม ลดปัญหาห้องพักว่าง

1. ปรับราคาห้องพักให้เหมาะสมกับตลาดด้วย Dynamic Pricing

หนึ่งในวิธีเพิ่มยอดจองโรงแรมที่สำคัญคือการปรับราคาขายให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด แทนการใช้ราคาเดียวตลอดทั้งปี

Dynamic Pricing คือกลยุทธ์การปรับราคาห้องพักตามปัจจัยต่าง ๆ เช่น

  • อัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate)

  • ความต้องการจองห้องพักในแต่ละวัน

  • ราคาขายของโรงแรมคู่แข่ง

  • ฤดูกาลท่องเที่ยวและวันหยุดเทศกาล

  • ระยะเวลาการจองล่วงหน้า (Booking Lead Time)

  • แนวโน้มยอดจอง (Booking Pace)

  • กิจกรรมหรืออีเวนต์ในพื้นที่

ตัวอย่างเช่น หากโรงแรมมีห้องพักว่างจำนวนมากในวันจันทร์ถึงวันพฤหัสบดี อาจปรับราคาให้เหมาะสมหรือเพิ่มสิทธิประโยชน์เพื่อกระตุ้นการจอง ขณะที่วันเสาร์หรือวันหยุดยาวที่มีความต้องการสูง โรงแรมอาจสามารถขายห้องพักในราคาที่สูงขึ้นได้

ข้อควรระวัง: การลดราคาไม่ควรเป็นทางเลือกแรกเสมอไป ควรพิจารณาต้นทุนต่อห้องพักและรายได้รวมประกอบด้วย

2. ปรับปรุงหน้าขายห้องพักบน OTA ให้ดึงดูดลูกค้า

แพลตฟอร์ม OTA เช่น Agoda, Booking.com และ Expedia เป็นช่องทางสำคัญในการเพิ่มยอดจอง โดยเฉพาะโรงแรมขนาดเล็กที่ยังไม่มีฐานลูกค้าประจำจำนวนมาก

แนวทางปรับปรุงประสิทธิภาพการขายผ่าน OTA ได้แก่

  • ใช้รูปภาพห้องพักที่สวยงาม คมชัด และตรงกับสภาพจริง

  • อัปเดตสิ่งอำนวยความสะดวกให้ครบถ้วน

  • เขียนรายละเอียดห้องพักให้ชัดเจนทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

  • ตรวจสอบราคาขายและจำนวนห้องว่างให้ถูกต้อง

  • สร้างโปรโมชั่นให้เหมาะกับแต่ละช่วงเวลา

  • ตอบกลับรีวิวและคำถามจากลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ

  • ตรวจสอบข้อจำกัดการเข้าพัก เช่น Minimum Stay และนโยบายการยกเลิก

การปรับปรุงหน้าขายห้องพักช่วยให้ลูกค้ามีข้อมูลเพียงพอสำหรับตัดสินใจ และเพิ่มโอกาสเปลี่ยนผู้เข้าชมเป็นผู้จองจริง

3. ทำโปรโมชั่นกระตุ้นยอดจองในช่วง Low Season

เมื่อโรงแรมมีห้องพักว่างมาก การทำโปรโมชั่นที่เหมาะสมสามารถช่วยกระตุ้นความต้องการได้

อย่างไรก็ตาม โปรโมชั่นไม่จำเป็นต้องลดราคาห้องพักเพียงอย่างเดียว แต่สามารถเพิ่มสิทธิประโยชน์เพื่อสร้างความคุ้มค่าให้ลูกค้า

เคล็ดลับ: ควรเลือกโปรโมชั่นให้ตรงกับช่วงเวลาที่ห้องพักว่างจริง และกำหนดวันเข้าพัก เงื่อนไข และจำนวนสิทธิ์ให้ชัดเจน

4. เพิ่มยอดจองตรงผ่านเว็บไซต์โรงแรม (Direct Booking)

การมีเว็บไซต์โรงแรมเป็นของตัวเองช่วยให้โรงแรมสร้างช่องทางการขายที่สามารถบริหารจัดการได้โดยตรง เว็บไซต์ที่เชื่อมต่อกับระบบ Booking Engine จะช่วยให้ลูกค้าตรวจสอบห้องว่าง เลือกวันเข้าพัก และจองห้องพักได้สะดวก องค์ประกอบสำคัญของเว็บไซต์ที่ช่วยเพิ่มยอดจอง ได้แก่

  • รองรับการใช้งานบนมือถือ

  • โหลดหน้าเว็บไซต์ได้รวดเร็ว

  • มีรูปภาพห้องพักและข้อมูลที่ครบถ้วน

  • แสดงราคาและโปรโมชั่นอย่างชัดเจน

  • มีปุ่มจองห้องพักที่มองเห็นง่าย

  • เชื่อมต่อ Booking Engine ที่ใช้งานสะดวก

  • มีช่องทางติดต่อ เช่น โทรศัพท์และ LINE Official Account

โรงแรมยังสามารถเสนอสิทธิประโยชน์สำหรับลูกค้าที่จองตรง เช่น อาหารเช้า การเช็กเอาต์ช้า หรือส่วนลดสำหรับการเข้าพักครั้งถัดไป โดยพิจารณาให้สอดคล้องกับข้อตกลงของช่องทางจำหน่ายที่ใช้งาน การเพิ่มสัดส่วน Direct Booking ช่วยลดการพึ่งพา OTA และอาจช่วยให้โรงแรมบริหารต้นทุนการขายได้ดีขึ้น

5. ทำ SEO ให้โรงแรมถูกค้นพบบน Google

SEO (Search Engine Optimization) เป็นกลยุทธ์สำคัญในการเพิ่มการมองเห็นของเว็บไซต์โรงแรมผ่านผลการค้นหาแบบไม่เสียค่าโฆษณาต่อคลิก

ตัวอย่างคำค้นหาที่ลูกค้าอาจใช้ ได้แก่

  • ที่พักเกาะสีชังราคาถูก

  • โรงแรมเขาใหญ่มีสระว่ายน้ำ

  • รีสอร์ทติดทะเลชะอำ

  • ที่พักสำหรับครอบครัว

  • โรงแรมใกล้สถานที่ท่องเที่ยว

แนวทางทำ SEO สำหรับโรงแรม ได้แก่

  1. เลือกคีย์เวิร์ดให้ตรงกับทำเลและกลุ่มลูกค้า

  2. เขียน SEO Title และ Meta Description ให้เหมาะสม

  3. สร้างหน้าแนะนำห้องพักและโปรโมชั่น

  4. เขียนบทความแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวใกล้โรงแรม

  5. ปรับปรุงความเร็วและการแสดงผลบนมือถือ

  6. เพิ่ม Internal Link เชื่อมโยงหน้าต่าง ๆ

  7. ดูแล Google Business Profile ให้ข้อมูลถูกต้อง

การทำ SEO อย่างต่อเนื่องช่วยเพิ่มโอกาสให้ลูกค้าค้นพบโรงแรม และสร้างช่องทางเข้าถึงลูกค้าในระยะยาว

6. ใช้ Social Media สร้างความสนใจและกระตุ้นการจอง

Facebook, Instagram และ TikTok เป็นช่องทางสำคัญสำหรับการนำเสนอประสบการณ์การเข้าพักและสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า แทนที่จะโพสต์เฉพาะรูปห้องพักและราคา โรงแรมควรสร้างคอนเทนต์หลากหลายรูปแบบ เช่น

  • วิดีโอพาชมห้องพัก (Room Tour)

  • ภาพบรรยากาศและวิวจากโรงแรม

  • รีวิวจากผู้เข้าพักจริง

  • แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวใกล้โรงแรม

  • โปรโมชั่นประจำเดือน

  • กิจกรรมภายในโรงแรม

  • เรื่องราวและจุดเด่นที่แตกต่างจากคู่แข่ง

ทุกโพสต์ที่ต้องการกระตุ้นยอดขายควรมี Call to Action (CTA) เช่น “จองห้องพักผ่านเว็บไซต์” หรือ “สอบถามห้องว่างทาง LINE”

7. ยิงโฆษณาออนไลน์เจาะกลุ่มลูกค้าที่มีโอกาสจอง

หากโรงแรมต้องการกระตุ้นยอดจองในระยะสั้น การโฆษณาออนไลน์อาจช่วยเพิ่มการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้รวดเร็วขึ้น ช่องทางที่เหมาะสม ได้แก่

Facebook & Instagram Ads: เหมาะกับการโปรโมตภาพบรรยากาศ แพ็กเกจ และข้อเสนอพิเศษ

Google Search Ads: เหมาะกับการเข้าถึงผู้ที่กำลังค้นหาที่พักในทำเลเป้าหมาย

Google Hotel Ads: ช่วยนำเสนอราคาและช่องทางจองในพื้นที่แสดงผลที่เกี่ยวข้องกับโรงแรมบน Google เมื่อมีการเชื่อมต่อระบบที่รองรับ ควรเริ่มจากงบประมาณที่ควบคุมได้ และติดตามต้นทุนต่อการจองจริง ไม่ใช่พิจารณาเพียงจำนวนคลิกหรือยอดเข้าถึง

8. เพิ่มคะแนนรีวิวและสร้างความน่าเชื่อถือ

รีวิวเป็นข้อมูลสำคัญที่ลูกค้าใช้ประกอบการตัดสินใจจองห้องพัก โรงแรมที่มีคะแนนรีวิวดีและมีการตอบกลับความคิดเห็นอย่างเหมาะสม จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ที่กำลังพิจารณาเข้าพัก แนวทางบริหารรีวิว ได้แก่

  • ดูแลความสะอาดและคุณภาพบริการให้สม่ำเสมอ

  • เชิญชวนลูกค้ารีวิวอย่างสุภาพหลังเข้าพัก

  • ตอบกลับรีวิวทั้งเชิงบวกและเชิงลบ

  • แก้ไขปัญหาที่ลูกค้าร้องเรียนอย่างจริงจัง

  • ไม่สร้างรีวิวปลอมหรือเสนอสิ่งตอบแทนที่ขัดต่อนโยบายแพลตฟอร์ม

การปรับปรุงประสบการณ์เข้าพักควบคู่กับการดูแลรีวิวจะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของโรงแรมในระยะยาว

9. เจาะกลุ่มลูกค้าใหม่ด้วยแพ็กเกจเฉพาะกลุ่ม

โรงแรมไม่จำเป็นต้องขายห้องพักให้กับลูกค้าทุกกลุ่มด้วยข้อเสนอเดียวกัน การสร้างแพ็กเกจให้เหมาะกับพฤติกรรมของลูกค้าสามารถช่วยเพิ่มความน่าสนใจและขยายโอกาสการขายได้ ตัวอย่างกลุ่มลูกค้า ได้แก่

คู่รัก: แพ็กเกจพักผ่อนพร้อมอาหารค่ำหรือกิจกรรมโรแมนติก

ครอบครัว: ห้องพักสำหรับครอบครัวพร้อมอาหารเช้าหรือกิจกรรมสำหรับเด็ก

กลุ่มเพื่อน: แพ็กเกจห้องพักหลายห้องพร้อมกิจกรรมท่องเที่ยว

กลุ่มบริษัท: แพ็กเกจประชุม สัมมนา หรือกิจกรรม Team Building

ผู้ทำงานทางไกล: โปรโมชั่นพักระยะยาวพร้อมอินเทอร์เน็ตและพื้นที่ทำงาน

โรงแรมควรเลือกกลุ่มเป้าหมายให้สอดคล้องกับทำเล สิ่งอำนวยความสะดวก และศักยภาพในการให้บริการจริง

10. ใช้ข้อมูลยอดจองวิเคราะห์และปรับกลยุทธ์อย่างต่อเนื่อง

การเพิ่มยอดจองอย่างยั่งยืนต้องอาศัยข้อมูล ไม่ใช่การคาดเดาเพียงอย่างเดียว โรงแรมควรติดตามตัวชี้วัดสำคัญ ได้แก่

Occupancy Rate: อัตราการเข้าพัก

ADR (Average Daily Rate): ราคาขายห้องพักเฉลี่ย

RevPAR (Revenue per Available Room): รายได้เฉลี่ยต่อห้องพักที่มีให้ขาย

Booking Pace: ความเร็วของยอดจองที่เพิ่มขึ้นสำหรับช่วงวันเข้าพัก

Booking Lead Time: ระยะเวลาระหว่างวันจองกับวันเข้าพัก

Channel Performance: ยอดขายและต้นทุนจากแต่ละช่องทาง

การวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้โรงแรมตัดสินใจได้ดีขึ้นว่าควรปรับราคา เพิ่มโปรโมชั่น หรือใช้งบประมาณการตลาดกับช่องทางใด

Book Your Stay

Select a hotel and check availability. Don't wait to explore the new experience.

Chiang Mai